Armyetc

บล็อกข่าวสารสาระ เรื่องราวในแวดวงทหารและตำรวจ

ข้อสอบนายร้อยตำรวจชาย/นายร้อยตำรวจหญิง

รวมข้อสอบเก่าสอบคัดเลือกฯ เข้าโรงเรียนเตรียมทหารในส่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ/ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ

นายร้อยตำรวจหญิง
นายร้อยตำรวจชาย

             ขอบคุณข้อมูลจากเว็บ www.mayahol.com

    หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ฯ รับสมัครทหารกองหนุนและและบุคคลพลเรือนเข้ารับราชการ จนถึง 26 ก.ย. 60

    หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ฯ มีความประสงค์จะรับสมัครทหารกองหนุนและและบุคคลพลเรือนเข้ารับราชการเป็นทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ฯ(พลอาสาสมัครชาย) 

    คุณสมบัติของผู้สมัคร

     1.ชายไทยอายุตั้งแต่ 20 – 28 ปี
        1.1 เป็นทหารกองหนุนจาก 3 เหล่าทัพ วุฒิการศึกษาตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.3) ขึ้นไป
        1.2 บุคคลพลเรือนทั่วไป วุฒิการศึกษาตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกาาตอนปลาย (ม.6) ขึ้นไป ผ่านการศึ
        กาาวิชาทหารปีที่ 3 ปีที่ 5
        1.3 บิดามารดาถือสัญชาติไทยโดยกำเนิด
        1.4 มีสุขภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง
        1.5 มีบุคคลิกลักษณะท่างทางดี มีทัศนคติที่ดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์
        1.6 มีความประพฤติเรียบร้อย ไม่บกพร่องในศีลธรรมอันดี
        1.7 มีความสุงตั้งแต่ 65 ซม. ขึ้นไปและไม่เกิน 180 ซม.
        1.8 นับถือศาสนาพุทธ
        1.9 ไม่มีรอยสักยันต์ตามร่างกาย
        1.10 ไม่มีประวัติเกี่ยวข้องกับคดีอาญาและยาเสพติด (มีการตรวจปัสสาวะหาสารสเสพติด)
        1.11 ไม่เป็นผุ้มีหนี้สินล้นพ้นตัว หรือบุคคลล้มละลาย
        1.12 ไม่เป็นผุ้ถูกฟ้องหรือต้องหา ตกเป็นจำเลยในคดีอาญาหรือเคยต้องคำพิพากษาของศาลว่า
        ได้กระทำความผิดในคดีอาญา เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือลหุโทษ
        1.13 ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือเป็นนักบวชในศาสนาใด ๆ
        1.14 ไม่เป็นผุ้มีร่างกายทุพพลภาพ ไร้ความสามารถ หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
        1.15 ไม่มีโรคประจำตัวที่สังคมรังเกียจ ขัดต่อระเบียบการรับราชการ
        1.16 ไม่เป็นผุ้พิการทางสายตา
        1.17 ว่ายน้ำเป็น

     2. หลักฐานประกอบการสมัคร
        2.1 ใบกองหนุน (สด.8) และใบผ่านการเกณฑ์ทหาร (สด.43)
        2.2 บัตรประจำตัวประชาชน
        2.3 ทะเบียนบ้่าน
        2.4 วุฒิการศึกษา (ตามคุณสมบัติที่สำเร็จการศึกษาจริง ม.3 ขึ้นไป)
        2.5 รูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว 2 ใบ
        2.6 ผลการตรวจร่างกาย ( ตรวจเลือด HIV)  ผลการตรวจการวัดสายตา

     3. เกณฑ์การคัดเลือก
        3.1 สอบภาควิชาการ , วิชาทหารเบื้อนต้น, ความรุ้รอบตัว สอบสัมภาษณ์, ดูบุคคลิกลักษณะ
        3.2 ทดสอบร่างกาย และทดสอบว่ายน้ำ
        3.3 ตรวจโรคโดยแพทย์ของโรงพยาบาลพระมงกภฎเกล้า
        3.4 พิมพ์ลายน้ำมือ (โดยกองทะเบียนประวัติอาชญากร สำสักงานตรวจแห่งชาติ)

     4. สิทธิประโยชน์ที่จะได้รับ
        4.1 ระหว่างทำการฝึกได้รับพระราชทานเงินท้ายที่นั่งดังนี้
        4.1.1 เทอมที่ 1 ( 7 สัปดาห์) ยังไม่ได้รับเงินพระราชทาน
        4.1.2 เทอมที่ 2 (7 สัปดาห์) ได้รับเงินพระราชทานเดือนล่ะ 2000 บาท
        4.1.3 เทอมที่ 3 ( 6 สัปดาห์) ได้รับเงินพระราชทานเดือนล่ะ 4000 บาท
        4.1.4 เทอมที่ 4 ( 6 สัปดาห์) ได้รับเงินพระราชทานเดือนล่ะ 9000 บาท
        4.2 หลังจากฝึกจบยังไม่ได้รับการบรรจุเข้ารับราชการได้รับเงินรายได้รายเดือน 11,800 บาท
        4.3 ต้องทดสองงานเป็นระยะเวลา 3 ปี ก่อนการบรรจุ แต่ได้รับสิทธิประโยชน์เสมือนหนึ่งผุ้
        ได้รับการบรรจุ หากมีความประพฤติดี มีความรับผิดชอบต่องานดีจะได้รับการพิจารณาบรรจุก่อน
        กำหนด
        4.4 มีสิทธิสวัสดิการ เช่นเดียวกับข้าราชการทหารทั่วไป (ค่าเล่าเรียนบุตร ,ค่ารักษา
        พยาบาล, สมรสพระราชทาน, นาคในพระชาชานุเคราะห์หรือได้รับพระมหากรุณาธิคุณในการ
        สงเคราะห์อื่น ๆ )
        4.5 ได้รับพระราชทานเครื่องแบบเครื่องแต่งกายเป็นประจำทุกปี
        4.6 ได้รับเลื่อนฐานะเป็นนายทหารชั้นประทวนหรือชั้นสัญญาบัตร ตามความรู้ความสามารถเมื่อ
        ถึงเวลาสมควร
        4.7 มีสิทธิพิเศษ ได้รับการพิจารณาคัดเลือกเข้ารับการศึกษาหลักสูตรนักเรียนนายสิบทหาร
        มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ฯ
        4.8 มีสิทธิพิเศษได้รับการพิจารณาคัดเลือกเข้ารับการฝึกหลักสุตรพิเศา หลักสูตรส่งทาง
        อากาศ(โดดร่ม) และหลักสูตรการบแบบจู่โจม
        4.9 อื่น ๆ ได้รับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณเช่นเดียวกับข้าราชบริพารในพระองค์ฯ
        4.10 การสมัครเข้าเป็นทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ฯ (พลอาสาสมัคร) ไม่เสียค่า
        ใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น

     5. กำหนดการประกาศและรับสมัคร
        5.1 โดยประกาศรับสมัครตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2560 – 26 กันยายน 2560
        5.2 สมัครด้วยตนเอง ที่โรงเรียนทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ฯ วังทวีวัฒนา ถนน
        บรมราชนนี เขตทวีวัฒนา  กรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2560 – 26 กันยายน
        2560 ไม่เว้นวันหยุดราชการ (ไม่เสียค่าสมัครใด ๆ ทั้งสิ้น)
        5.3 รายงานตัวดำเนินกรรมวิธีคัดเลือกในวันที่ 27 กันยายน 2560 และคัดเลือกตั้งแต่วันที่
        27 กันยายน 2560 – 1 ตุลาคม 2560
        5.4 เปิดหลักสุตรการฝึกในวันที่ 2 ตุลาคม 2560 จบการฝึกในวันที่ 15 เมษายน 2561 (
        หลักสุตรการฝึกระยะเวลา 26 สัมปดาห์)
        5.5 สอบถามรายละเอียดได้ที่หมายเลขโทร 02-4569452, 02-356-0893

    กองทัพบกปลดประจำการ "เรือเหาะตรวจการณ์ ทบ." แล้ว

    รายละเอียด"เรือเหาะตรวจการณ์ ทบ." พื้นที่ปฏิบัติการ สามจังหวัดชายแดนใต้ 
    ข้อมูลผู้ผลิต 
    บริษัท Worldwide Aeros Corp. ประเทศสหรัฐอเมริกา
    รุ่น Aeros 40D S/N 21 (SKY DRAGON)

    มิติ 
    กว้าง 34.8 ฟุต (10.61 เมตร)
    ยาว 155.34 ฟุต (47.35 เมตร)
    สูง 48/3 ฟุต (13.35 เมตร)
    ความจุฮีเลี่ยม 100,032 ลูกบาศก์ฟุต (2,833 ลูกบาศก์เมตร)

    สมรรถนะการปฏิบัติการ
    ระยะความสูงที่สามารถปฏิบัติงานได้ คือ 0-10,000 ฟุต (0-3,084 เมตร)
    ระยะความสูงปฏิบัติการ 3,000-5,000 ฟุต
    ความเร็วสูงสุด 88 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
    ความเร็วเดินทาง 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

    เครื่องยนต์ 
    เครื่องยนต์ 2 คูณ 125 HP 4-Cylinder, Continental IO-240 B
    ความจุเชื้อเพลิง 76 แกลลอน (300 ลิตร)
    บินได้นาน 6 ชั่วโมง เกณฑ์การสิ้นเปลือง ณ ความเร็วสูงสุด 50 ลิตรต่อชั่วโมง
    ระยะทางที่บินได้ไกลสุด 560 กิโลเมตร
    ชนิดเชื้อเพลิงที่ใช้ 100 LL Grade Aviation Fuel

    กำลังพลประจำอากาศยาน 
    -นักบิน 2 นาย
    -ช่างกล้อง 1 นาย
    -เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 1 นาย
    ส่วนการควบคุม "เรือเหาะตรวจการณ์" ประกอบด้วย 
    1. เรือเหาะ (Airship)
    2. เฮลิคอปเตอร์ติดกล้องตรวจการณ์ 3 ลำ (HU-1H Helicopter) อยู่ในพื้นที่จังหวัดละ 1 ลำเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของเรือเหาะตรวจการณ์
    3. ศูนย์บัญชาการประจำสถานี กระจายอยู่ทั่วพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ 26 สถานี (Fixed Command Center) ซึ่งจะใช้หน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่เป็นที่ตั้งศูนย์บัญชาการประจำสถานี
    4. รถบังคับการ (Glizzly) สนับสนุนการปฏิบัติงานของเรือเหาะในภาคพื้นดิน โดยจะติดตามเรือเหาะทางภาคพื้นดินระบบปฏิบัติการของ "เรือเหาะ" จะใช้ 2 ระบบ คือระบบสัญญาณไมโครเวฟ และระบบสัญญาณดาวเทียม ในการส่งข้อมูลไปยังหน่วยเฉพาะกิจหมายเลข 2 ตัวในพื้นที่ หน่วยเฉพาะกิจระดับจังหวัด และกองบัญชาการกองทัพบก

    คุณลักษณะทั่วไปของ
    ควบคุมโดยนักบิน ใช้กล้องตรวจการณ์เวลากลางวันและกลางคืน ที่สามารถถ่ายภาพและบันทึกภาพความละเอียดสูง 
    สามารถตรวจจับความร้อน รวมทั้งตรวจจับระยะและชี้เป้าหมายได้
    ลอยตัวอยู่ในอากาศได้เป็นเวลานาน
    ทำการลาดตระเวนตามวงรอบเพื่อปฏิบัติงานด้านการข่าวด้วยเสียงเงียบกว่าอากาศยานประเภทอื่น

    เข้าประจำการเมื่อ  18 ธ.ค. 2552 ปฏิบัติงานในพื้นที่ 3 จชต. ณ โรงจอดภายในหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี กองพลทหารราบที่ 15
    ปลดประจำการเมื่อ ห้วง ก.ย. 2560 เป็นเพราะตัวเรือเหาะหมดอายุ ไม่มีแผนจัดซื้อใหม่ทดแทน

    กรมป่าไม้รับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการ ในตำแหน่ง เจ้าพนักงานป่าไม้ปฏิบัติงาน

    ภาพจาก มูลนิธิโลกสีเขียว
    ประกาศรับสมัคร :     ข้าราชการ โดยวิธี : สอบแข่งขัน
    รายละเอียดตำแหน่ง :     เจ้าพนักงานป่าไม้
    อัตราเงินเดือน :     11,500-12,650 บาท
    ประเภท :     ทั่วไป ระดับปฏิบัติงาน
    จำนวนตำแหน่งว่าง :     19 ตำแหน่ง
    ระดับการศึกษา :     ปวส.
    รายละเอียดวุฒิ 
    - ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง(ปวส.) หรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกันในสาขาวิชาเกษตรศาสตร์
    - เป็นผู้สอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป ของ ก.พ. ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ขึ้นไป
    ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่      
    เงื่อนไข :     ไม่รับโอน
    เปิดรับสมัคร :     วันศุกร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2560 ถึง วันศุกร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2560
    สมัครออนไลน์ https://forest.thaijobjob.com/201709/index.php
    ที่มาข้อมูลข่าวสาร
    กรมป่าไม้ ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900

    กรมยุทธศึกษาทหารบก รับสมัครสอบพนักงานราชการ (ชาย,หญิง) ประจำปีงบประมาณ 2560 จำนวน 10 อัตรา


    ตำแหน่งที่รับสมัคร
    คุณสมบัติโดยสังเขปเพศชาย/หญิง อายุ 18-35 ปี  ยกเว้นตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ทหารรับสมัคร แต่วันที่  7 - 15  ก.ย. 60 ณ แผนกจัดการกำลังพล กองกำลังพล กรมยุทธศึกษาทหารบก
    เลขที่ 41 ถนนเทอดดำริ เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300 โทรศัพท์   02241-4068 - 9 ต่อ 89013

    ตำแหน่งที่รับสมัคร
    1.ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ทหาร จำนวน 1 อัตรา (ชาย,หญิง)
    2.พนักงานแปลและล่าม จำนวน 1 อัตรา (ชาย,หญิง)
    3.พนักงานคอมพิวเตอร์ จำนวน 1 อัตรา (ชาย,หญิง)
    4.พนักงานการเงินและบัญชี จำนวน 1 อัตรา (ชาย,หญิง)
    5.พนักงานบริการ จำนวน 5 อัตรา (ชาย,หญิง)
    6.พนักงานพิมพ์ จำนวน 1 อัตรา (ชาย,หญิง)

    ชายสูง 150 ซม.ขึ้นไป รอบอก 76/79  พ้นภารทางทหารแล้ว(ไม่รับคนจำพวก 2,3 และ 4)
    หญิงสูง 150 ซม.ขึ้นไป น้ำหนักไม่น้อยกว่า 40 กก.ดูรายละเอียดการรับสมัครได้ที่นี่
    ที่มาข้อมูลข่าวสาร กรมยุทธศึกษาทหารบก

    บ.ทอ.6 (RTAF 6) ไม่ใช่ก้าวแรก แต่เป็นก้าวใหม่กับการเริ่มวิจัยพัฒนาผลิตเครื่องบินเพื่อใช้งานเองอีกครั้ง โดยกองทัพอากาศ

    ความเป็นมาของโครงการเปิดสายการผลิต บ.ทอ.6 ระยะที่ 1 
    โดยเริ่มต้นเมื่อ
    ทีมดูและ บ.ทอ. 6 ณ กองซ่อมอากาศยานที่ 1 กรมช่างอากาศ ตาคลี

    พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นประธานในพิธีเปิดสายการผลิต บ.ทอ.6 ระยะที่ 1 โดยมี พลอากาศโท บุญสืบ ประสิทธิ์ เจ้ากรมช่างอากาศ ให้การต้อนรับ เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2557 ณ กรมช่างอากาศ บางซื่อ
    กรมช่างอากาศ มีขีดความสามารถในการวิจัย พัฒนา และสร้างเครื่องบินเพื่อใช้งาน โดยเฉพาะเครื่องบินฝึก/ธุรการ ซึ่งได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง จนมีผลงานวิจัยที่สามารถพัฒนาเข้าสู่สายการผลิตได้
    คือ บ.ทอ.6

    ยุทธศาสตร์กองทัพอากาศ ปี 2551 – 2562 (ฉบับปรับปรุงปี 2552)
    ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 4 การรักษาผลประโยชน์แห่งชาติ
    ได้กำหนดกลยุทธ์ให้มีการสร้างเครือข่ายความร่วมมือเชิงวิจัยและพัฒนากิจการการบินและอุตสาหกรรมการบิน และกิจการเกี่ยวข้องเนื่องในด้านการบินของประเทศ
    นโยบายผู้บัญชาการทหารอากาศ ปี 2556 นโยบายเร่งด่วน
    ข้อ 9 นำผลการวิจัยและพัฒนา บ.ทอ.6 เข้าสู่สายการผลิต เพื่อใช้เป็นเครื่องบินฝึก/ธุรการ และพิจารณาการติดตั้งกล้องพร้อมระบบ Video Down Link (VDL) ที่ได้จากการวิจัย
    เพื่อให้สามารถใช้เป็นเครื่องบินลาดตระเวนทางอากาศ ของกองทัพอากาศ และต่างเหล่าทัพในอนาคตโดยจัดให้มีแผนดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
    โครงการผลิต บ.ทอ.6 จำนวน 25 เครื่อง โดยในระยะที่ 1 ปี 2557 – 2559 จะดำเนินการผลิต จำนวน 3 เครื่อง

    เมื่อ พ.ศ.2554 กรมช่างอากาศ ทำการทดสอบเครื่องยนต์ที่ได้รับการติดตั้งกับเครื่องบินแบบ บ.ทอ.6
    ซึ่งพัฒนามาจากพื้นฐานของเครื่องบินฝึกแบบที่ 15 SF-260 MT ซึ่งใช้เครื่องยนต์ลูกสูบ และ บ.ชอ.2 นับว่าเป็นผลสำเร็จในระดับที่น่าพึงพอใจ
    โครงการ บ.ทอ.6 ออกแบบพัฒนามาพร้อมกับ โครงการ บ.ชอ. 2 มาตั้งแต่ปี 2549
    บ.ชอ.2

    โครงการ บ.ทอ.6 เป็นโครงการที่สอง ของกรมช่างอากาศ
    ที่ดำเนินการพัฒนาสร้างอากาศยานต้นแบบเรียกว่า “โครงการเครื่องบินกองทัพอากาศแบบที่ 6 หรือ บ.ทอ.6”
    โดยเลือกใช้เครื่องยนต์ Turbo Prop และใช้พื้นฐานประสบการณ์และความรู้จากการสร้างเครื่องบิน บ.ชอ.2
    ซึ่งเป็นโครงการที่หนึ่งดังที่กล่าวข้างต้น มาดำเนินการ สำหรับโครงการ บ.ทอ.6 นี้
    ได้รับการบรรจุเป็นงานวิจัยและพัฒนาทางทหาร ของสำนักงานวิจัยและพัฒนาการทหารกลาโหม
    พร้อมทั้งได้รับงบประมาณสนับสนุนจำนวน 36.7 ล้านบาท

    บ.ทอ.6 ได้รับการติดตั้งเครื่องยนต์ Turbo Prop Allison 250 ให้แรงขับ 420 แรงม้า ติดตั้งใบพัด 3 กลีบ
    โดยพัฒนาออกแบบในส่วน Engine Mount และ Cowling ใหม่ทั้งหมด เพิ่ม Aerobatic Tank
    สำหรับการบินผาดแผลง มาตรฐานความปลอดภัย FAR 23 compliance ในทุกระบบ
    แผลงหน้าปัดได้รับการออกแบบใหม่ให้ทันสมัย
    ในขณะที่ บ.ชอ.2 ยังคงพื้นฐานของเครื่องบินฝึกแบบที่ 15 SF-260 โดยใช้เครื่องยนต์ลูกสูบนอนขนาด 250 แรงม้า
    โดยเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2555 ได้ทำการบิน First flight โดยไม่เก็บฐาน เป็นครั้งแรก โดยมี นาวาอากาศตรี ภาสกร ไชยกำเนิด เป็นนักบินลองเครื่อง เรืออากาศโท อนันต์ วงศ์ชาลี เป็น Flight Engineer

    นำเครื่องบิน บ.ทอ.6 ขึ้นบินเพื่อทดสอบสมรรถนะ ระยะสูง 5,000 ฟุต ที่ความเร็วประมาณ 100 กม./ชม. โดยมี เรืออากาศเอก สานิตย์ ประวิตรวงศ์ นักบินลองเครื่อง และ พลอากาศตรี พลานันท์ ปะจายะกฤตย์ Flight Engineer ทำการบินกับเครื่องบินกรมช่างอากาศแบบที่ 2 (บ.ชอ.2) เป็นเครื่อง Chaser ถือเป็นความสำเร็จก้าวสำคัญอีกครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การสร้างอากาศยาน สมัยใหม่ของประเทศไทย
    สำหรับในอดีตนั้น กองทัพอากาศ เคยมีประสบการสร้างเครื่องบินแบบต่างๆ อาทิ
    นิเออปอร์ต, เบรเกต์ 3/14, สปัด 7/13, แอฟโร 504 เอ็น, คอร์แซร์ วี 93 เอส และ ฮอว์ค 3 รวมกันกว่า 200 เครื่อง
    และยังมีประสบการณ์ในการออกแบบอากาศยานแบบต่างๆ ขึ้นใช้ในราชการ
    อาทิ เครื่องบินทิ้งระเบิดแบบ บริพัตร (บ.ท.2), เครื่องบินขับไล่แบบประชาธิปก (บ.ข.5), เครื่องบินฝึกและสื่อสารแบบ บ.ทอ.1 – บ.ทอ.5
    โดยเฉพาะเครื่องบินแบบ บ.ทอ.4 ได้มีการเปิดสายการผลิตเป็นเครื่องบินฝึกเมื่อปี 2517 จำนวน 12 เครื่อง
    กำหนดสัญลักษณ์เป็น บ.ฝ.17 มีชื่อว่า “จันทรา” โดยใช้เป็นเครื่องบินฝึกหน่วยฝึกการบินพลเรือนกองทัพอากาศ

    นี่คือข้อมูลเบื้องต้นที่นำมาเสนอเล่าสู่กันฟัง ประเทศเราเคยเป็นประเทศแรกๆในภูมิภาคที่มีเครื่องบิน และผลิตเครื่องบินได้เองแต่จากอะไรทำให้เราขาดช่วงขาดตอนกันไปผมจะนำมาเล่าต่อไปพร้อมกับความคืบหน้าของ บ.ทอ.6 นะครับ

    "ชัยปราบศึก" รถยนต์บรรทุกที่จะมาทดแทน เอ็ม 151 ของกองทัพบกไทย พัฒนาโดย ชัยเสรี

    กับการพัฒนาจาก บ.ชัยเสรี กับรถยนบรรทุก เพื่อเสนอรถเพื่อใช้ทดแทน M.151 ติด ปรส.ให้กับกองทัพโดยมีข้อมูลและสมรรถนะดังนี้
    โดยทางบริษัทได้นำไปทดสอบไปแล้ว และกำลังส่งให้หน่วยส่งให้หน่วยใช้ ทดลองใช้งาน เวลาหน่วยออกฝึก ภาคกองร้อย และ กองพัน ซึ่งต้องรอดูต่อไปว่าทางกองทัพจะบรรจุทดแทน เอ็ม 151 ที่มีอยู่และใช้มายาวนานตั้งแต่สมัยสงครามเวียดนามหรือไม่


    ทดสอบชนจริง โดยไม่ได้ตั้งใจ หลังจากกลับจากโชว์ในงานภูมิปัญญานักรบไทย



    ข้อมูล รยบ.1/4 ตัน เอ็ม 151 ที่ประจำการอยู่ในกองทัพรอการทดแทนด้วย รยบ.ตัวใหม่



    อีกก้าวของคนไทยครับกับการพัฒนาอุตสาหกรรมด้านการป้องกันประเทศ  ช่วยกันส่งเสริมช่วยกันออกความคิดเห็นได้ครับเพราะทางผู้ผลิตยินดีรับฟังคำติชมของพี่น้องชาวไทยเสมอ

    https://www.facebook.com/pg/Chaiseri-300741673381213/photos/?tab=album&album_id=853596598095715

    หามีการประจำการหรือจัดหาไปในทิศทางใดกระผมจะนำความคืบหน้ามาเสนอต่อไปครับ

    ที่มาข้อมูลข่าวสาร บ.ชัยเสรี

    กรมทหารพราน 46 รับสมัครทหารกองหนุนและพลเรือนเข้าเป็นอาสาสมัครทหารพราน(ชาย)

    คุณสมบัติและรายละเอียดเบื้องต้น ดังนี้
    1. สัญชาติไทย มีอายุ 21 - 30 ปี (พลเรือนผ่านการเกณฑ์ทหารแล้ว)
    2. ความรู้ไม่ต่ำกว่า ม.3
    3. สุขภาพแข็งแรง ความประพฤติเรียบร้อย
    4. รับสมัครถึงวันที่ 30 ก.ย.60 (ไม่เว้นวันหยุดราชการ)
        ณ กรม ทพ.46 ม.2 ต.กะลุวอเหนือ อ.เมือง จว.นราธิวาส 
        โทร.073-709-736-7
    5. รายละเอียดเพิ่มเติม ตามภาพที่แนบ

    กองพลทหารราบที่ 7 เปิดรับทหารกองหนุนเข้าเป็นนายทหารชั้นประทวน (อัตราสิบเอก) ตำแหน่ง พลขับรถ จำนวน 5 อัตรา

    รายละเอียดในขั้นต้น ดังนี้
    1. ตำแหน่ง พลขับรถ อัตรา ส.อ. (ชกท.640, 641, 642) จำนวน 5 อัตรา ได้แก่
        1.1 พลขับรถ บก.มว.ค.หนัก ร้อย.ค.หนัก ร.7                         จำนวน   1   อัตรา
        1.2 พลขับรถ ตอนซ่อมบำรุงกองพัน ร้อย.สสช.ร.7 พัน.5           จำนวน    1  อัตรา
        1.3 พลขับรถ ตอน บก.ร้อย.บก.ร.17                                 จำนวน   1   อัตรา
        1.4 พลขับรถ ตอนซ่อมบำรุงกองพัน ร้อย.สสช.ร.17 พัน.2          จำนวน   1   อัตรา
        1.5 พลขับรถ บก.ร้อย.ร้อย.ป.ป.พัน.17 พล.ร.7                       จำนวน   1   อัตรา

    2. จำหน่ายใบสมัครและระเบียบการ ถึงวันที่่ 8 ก.ย.60 ในราคาชุดละ100 บาท
        ณ ฝ่ายกำลังพล กองพลทหารราบที่ 7  อ.แม่ริม  จว.เชียงใหม่  Tel.053-298-817

    3. ดูรายละเอียดเพิ่มเติม ในระเบียบการ หรือ website : http://www.infdiv7.com/index0.html










    สตช.รับสมัครบุคคลภายนอกเป็นข้าราชการตำรวจ พ.ศ. 2560 จำนวน 790 อัตรา ข้อมูลคุณสมบัติผู้สมัคร(เพิ่มเติม)


    ตำแหน่งและคุณสมบัติที่รับสมัครแต่ละตำแหน่ง


    1.รอง สว.(สอบสวน) เพศชาย 100 อัตรา











    1. ออกประกาศรับสมัครฯ click      25 – 31 ส.ค.60
    2. รับสมัครทางอินเทอร์เน็ตเท่านั้น ทาง http://www.policeadmission.org/       1 – 22 ก.ย.60
    3. ประกาศรายชื่อผู้สมัครให้เข้าสอบข้อเขียน      27 ต.ค. – 4 พ.ย.60
    4. สอบข้อเขียน      วันอาทิตย์ที่ 5 พ.ย.60
    5. ประกาศรายชื่อผู้สอบผ่านข้อเขียน      14 พ.ย.60
    6. ทดสอบภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง และตรวจร่างกาย      21 พ.ย. – 3 ธ.ค.60
    7. ประกาศผลการตรวจร่างกาย (เฉพาะผู้ไม่ผ่าน)      6 ธ.ค.60
    8. ประกาศรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้/ผู้สอบแข่งขันได้สำรอง      19 ม.ค.61
    9. ผู้สอบแข่งขันได้ ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจ      1 ก.พ.

    ที่มาข้อมูลสาร กองการสอบ กองบัญชาการศึกษา 100 ถ.วิภาวดีรังสิต แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900  โทรศัพท์ 0-2941-0979 Fax 0-2941-3661